in

ใช้ เครื่องแย็ก รื้อกระเบื้องยังไง ไม่ให้สกัดพื้นปูนลึก จนต้องเทใหม่?

ลองนึกภาพ ว่าเรากำลังรีโนเวตห้องน้ำเก่า อยากเปลี่ยนกระเบื้องพื้นใหม่ทั้งห้อง เปิด เครื่องแย็ก ใส่ดอกแหลม แล้วเริ่มสกัดจากกลางห้อง กระเบื้องแตกออกก็จริง แต่พื้นปูนข้างใต้เป็นหลุมลึกทุกจุดที่ดอกลง สุดท้ายต้องเสียทั้งเวลาและปูนเทปรับระดับพื้นใหม่ทั้งห้อง ก่อนจะปูกระเบื้องได้

ความคิดแรกของหลายคนคือ กระเบื้องติดแน่น ก็ต้องใช้แรงเยอะ ดอกแหลมกับแรงกระแทกเต็มที่น่าจะเร็วที่สุด ใช่ไหม? คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ งานรื้อกระเบื้องไม่ได้ต้องการให้พื้นแตก แต่ต้องการให้กระเบื้องหลุดออกจากชั้นปูนกาว ถ้าเราใช้แรงลงตรง ๆ แรงจะทะลุลงไปขุดพื้นแทน

ต้องดูก่อน ว่าใต้กระเบื้องมีอะไรบ้าง ต้องเช็กอะไรก่อนใช้ เครื่องแย็ก สกัด เลือกดอกแบบไหน ตั้งมุมยังไง และจะบอกจุดที่ไม่ควรฝืนสกัดต่อ เพราะใต้พื้นห้องน้ำมักมีทั้งท่อและชั้นกันซึม

ทำไม เครื่องแย็ก สกัดพื้นลึก ตอนรื้อกระเบื้อง?

พื้นที่ปูกระเบื้องแล้วมีหลายชั้นซ้อนกัน ชั้นบนสุดคือตัวกระเบื้อง ถัดลงมาคือปูนกาวหรือปูนทรายที่ใช้ยึดกระเบื้อง ข้างใต้เป็นพื้นปูนหรือคอนกรีต และในห้องน้ำหรือระเบียง มักมีชั้นกันซึมคั่นอยู่ด้วย

เครื่องแย็ก ส่งแรงกระแทกไปตามแนวดอก ถ้าดอกตั้งชันลงหาพื้น แรงจะผ่านกระเบื้องลงไปถึงพื้นปูนข้างล่างทันที กระเบื้องแตกเป็นชิ้นเล็ก แต่พื้นข้างใต้ก็แตกตามไปด้วย ต่างจากตอนที่ดอกเกือบขนานกับพื้น ซึ่งแรงจะดันไปตามแนวรอยต่อระหว่างกระเบื้องกับปูนกาว กระเบื้องจะร่อนหลุดออกทั้งแผ่นหรือเป็นชิ้นใหญ่

เทียบให้เห็นภาพ เหมือนการใช้เกรียงลอกสติกเกอร์ออกจากกระจก ถ้าเราจิ้มเกรียงลงตรง ๆ จะได้แค่รอยขีด แต่ถ้าสอดเกรียงเข้าใต้ขอบแล้วดันไปข้างหน้า สติกเกอร์จะลอกออกมาเป็นแผ่น

หลักการรื้อกระเบื้อง ไม่ว่าจะอยู่บนกำแพง หรือพื้น คือ เครื่องแย็ก ต้องวิ่งอยู่ในชั้นปูนกาวใต้กระเบื้อง ไม่ใช่ปักลงเนื้อพื้น

เครื่องแย็ก
เครื่องแย็ก

เช็กท่อและชั้นกันซึมก่อน แล้วค่อยเปิด เครื่องแย็ก

ก่อนเริ่มสกัด ต้องรู้ก่อนว่าใต้พื้นมีอะไร เพราะความเสียหายบางอย่างแก้ยากกว่าพื้นเป็นหลุมมาก

ท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง และสายไฟ อาจเดินอยู่ใต้กระเบื้อง

ห้องน้ำหลายที่ เดินท่อน้ำทิ้งและท่อน้ำดีฝังอยู่ในชั้นปูนใต้กระเบื้อง บางบ้านมีสายไฟของเครื่องทำน้ำอุ่นเดินผ่านพื้นหรือผนังด้วย ทางแก้คือ ถามเจ้าของบ้านหรือดูแบบเดิมถ้ามี ดูตำแหน่งท่อระบายน้ำพื้น ชักโครก และอ่างล้างหน้าแล้วคาดแนวท่อ ใช้เครื่องสแกนผนังช่วย และปิดวาล์วน้ำกับเบรกเกอร์วงจรที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่ม ถ้าไม่แน่ใจแนวท่อหรือสายไฟ ให้เรียกช่างประปาหรือช่างไฟมาดูก่อน

ชั้นกันซึมในห้องน้ำ ถ้าสกัดทะลุต้องทำใหม่

ถ้าพื้นห้องน้ำมีชั้นกันซึม การใช้เครื่องแย็กสกัดลึกจนทะลุชั้นนี้จะทำให้ต้องทำกันซึมใหม่ก่อนปู ไม่อย่างนั้นน้ำจะซึมลงชั้นล่างภายหลัง ถ้าเจ้าของบ้านอยากเก็บชั้นกันซึมเดิมไว้ ยิ่งต้องคุมให้ดอกอยู่แค่ชั้นปูนกาว

และอย่าลืมปิดปากท่อระบายน้ำพื้นด้วยผ้าหรือเทปก่อนเริ่ม เศษกระเบื้องกับปูนที่ตกลงท่อทำให้ท่อตันได้ง่ายมาก

เคาะฟังเสียงก่อนสกัด ช่วยให้ เครื่องแย็ก ทำงานน้อยลงครึ่งหนึ่ง

ก่อนเปิด เครื่องแย็ก ให้ใช้ด้ามค้อนเคาะกระเบื้องทีละแผ่น แผ่นที่เสียงโปร่งหรือกลวง แปลว่าปูนข้างใต้ร่อนแล้ว แผ่นแบบนี้มักงัดออกได้ด้วยสิ่วกับค้อนโดยไม่ต้องใช้เครื่องเลย ส่วนแผ่นที่เสียงแน่นทึบ แปลว่ายังยึดติดดี ค่อยใช้ เครื่องแย็ก กับแผ่นกลุ่มนี้

ดูความหนาของชั้นปูนจากแผ่นแรกที่ออก

พอแผ่นแรกหลุดออกมา ให้ดูชั้นปูนข้างใต้ ถ้าเป็นปูนกาวบาง ๆ งานจะง่าย ดอกวิ่งใต้กระเบื้องได้ตลอด แต่ถ้าเป็นปูนทรายหนา เราต้องตัดสินใจก่อนว่าจะเก็บชั้นนี้ไว้ หรือรื้อออกทั้งชั้น ถ้าเก็บไว้ ให้คุมดอกอยู่แค่ใต้กระเบื้อง ถ้ารื้อ ค่อยเปลี่ยนไปใช้ดอกแบนสกัดชั้นปูนออกเป็นแนว

รักษาความลาดเอียงเข้าหาท่อระบายน้ำไว้

พื้นห้องน้ำและระเบียงมักทำให้ลาดเข้าหาท่อระบายน้ำ ถ้าเครื่องแย็ก สกัดลึกไม่เท่ากัน ความลาดเดิมจะเสีย น้ำจะขังเป็นแอ่งหลังปูใหม่ หลักคือ ยิ่งใกล้ท่อระบายน้ำ ยิ่งต้องคุมดอกให้ตื้น และบอกช่างปูให้เช็กความลาดก่อนปูทุกครั้ง

ใช้ดอกหน้ากว้างกับ เครื่องแย็ก แทนดอกปลายแหลม

ดอกปลายแหลมรวมแรงลงจุดเดียว เหมาะกับการทำให้คอนกรีตแตก ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่งานรื้อกระเบื้องต้องการ ถ้าใช้ดอกแหลมรื้อกระเบื้อง แทบทุกจุดที่ดอกลงจะเป็นรูบนพื้น

วิธีแก้คือใช้ดอกปลายแบนหน้ากว้าง หรือดอกสำหรับลอกกระเบื้องโดยเฉพาะ หน้าดอกที่กว้างจะกระจายแรงไปตามแนวใต้กระเบื้อง ดันกระเบื้องให้ร่อนออกจากปูนกาวโดยไม่ขุดลงพื้น ดอกแบนหน้าแคบใช้ได้ถ้าไม่มีดอกหน้ากว้าง แต่จะต้องเดินหลายแนวกว่า

ก่อนใส่ดอกทุกครั้งให้ถอดปลั๊กเครื่องแย็ก ใส่ดอกที่ก้านตรงระบบเครื่อง แล้วดึงเช็กว่าล็อกเข้าที่แล้ว

ดอกต้องเกือบขนานพื้น เครื่องแย็ก ถึงลอกกระเบื้องโดยไม่ขุดพื้น

ต่อให้ใช้ดอกหน้ากว้าง ถ้าตั้งดอกชันลงหาพื้น ผลก็ไม่ต่างจากดอกแหลมมากนัก มุมของดอกจึงสำคัญที่สุดในงานนี้

เริ่มจากแผ่นที่แตกหรือขอบห้อง

หาแผ่นที่แตกอยู่แล้ว หรือแผ่นริมขอบห้องที่มีช่องให้สอดดอกได้ แล้วเริ่มจากตรงนั้น ถ้าไม่มีแผ่นไหนแตก ให้ทุบแผ่นแรกด้วยค้อนเบา ๆ เพื่อเปิดช่องก่อน ไม่ต้องใช้ เครื่องแย็ก เปิดแผ่นแรก

วางดอกต่ำ สอดเข้าใต้ขอบกระเบื้อง แล้วดันไปข้างหน้า

วางดอกให้เกือบขนานกับพื้น สอดเข้าใต้ขอบกระเบื้องตรงชั้นปูนกาว แล้วปล่อยให้แรงกระแทกดันดอกไปข้างหน้า ไม่ต้องกดลง ถ้ารู้สึกว่าดอกเริ่มมุดลงพื้น ให้ลดด้ามเครื่องให้ต่ำลงอีกนิด ปลายดอกจะเชิดกลับขึ้นมาวิ่งในชั้นปูนกาว

ใช้ เครื่องแย็ก ไล่ตามแนวยาแนว ทีละแผ่น อย่ากระโดดไปสกัดกลางแผ่น เพราะกลางแผ่นไม่มีขอบให้ดอกสอดเข้า

เครื่องแย็ก
เครื่องแย็ก

ถ้า เครื่องแย็ก ปรับแรงกระแทกได้ ให้เริ่มจากแรงต่ำก่อน

กระเบื้องส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแรงกระแทกเต็มที่ แรงที่มากเกินจำเป็นจะทำให้ดอกกระโดดและมุดลงพื้นง่ายขึ้น ถ้าเครื่องมีปุ่มปรับแรงหรือความเร็วกระแทก ให้เริ่มจากระดับต่ำ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อเจอแผ่นที่ติดแน่นจริง ๆ

ถ้าเลือกเครื่องได้ งานรื้อกระเบื้องเหมาะกับเครื่องสกัดเบามากกว่าเครื่องสกัดหนักที่ออกแบบมาทุบพื้นคอนกรีต เครื่องเบาคุมมุมดอกได้ง่ายกว่า และแรงไม่ทะลุลงพื้นมากเกินไป ช่วยลดการต้องเทพื้นปรับระดับใหม่ได้มาก

ปูนกาวที่ค้างบนพื้น ไม่จำเป็นต้องสกัดด้วย เครื่องแย็ก ทั้งหมด

พอรื้อกระเบื้องออกแล้ว มักเหลือปูนกาวเป็นสันนูนกระจายเต็มพื้น หลายคนพยายามสกัดให้เรียบด้วยดอกเดิม ซึ่งเสี่ยงขุดพื้นอีกรอบ

ทางแก้คือ ใช้ดอกหน้ากว้างวางต่ำมาก ๆ ปาดเฉพาะสันที่นูนสูงออก แล้วเก็บส่วนที่เหลือด้วยการขูด หรือเจียรด้วยเครื่องเจียรพร้อมใบสำหรับขัดปูน งานเจียรมีฝุ่นมาก ต้องพรมน้ำหรือใช้ฝาครอบดูดฝุ่น และใส่หน้ากากกันฝุ่นทุกครั้ง

ไม่ต้องให้พื้นเรียบกริบด้วยเครื่องสกัด หรือเครื่องแย็ก เพราะก่อนปูใหม่ช่างมักปรับระดับด้วยปูนกาวหรือปูนปรับระดับอยู่แล้ว เป้าหมายคือเอาสันที่นูนเกินออก ไม่ใช่ขุดให้เห็นเนื้อพื้น

รื้อกระเบื้องผนังด้วย เครื่องแย็ก ได้ไหม?

ได้ เมื่อผนังเป็นผนังก่อที่หนาและแข็งแรง และใช้ดอกหน้ากว้างกับแรงกระแทกต่ำ วางดอกเกือบขนานผนังแล้วไล่จากแผ่นบนลงล่าง เศษจะได้ไม่ตกใส่แผ่นที่ยังทำอยู่

ไม่ควรใช้ เมื่อผนังเป็นผนังเบา ผนังบาง หรือผนังที่มีท่อและสายไฟฝังอยู่หนาแน่นหลังกระเบื้อง แรงกระแทกอาจทำให้ผนังร้าวทะลุหรือท่อแตกได้ งานแบบนี้ควรใช้ค้อนกับสิ่วค่อย ๆ ลอก หรือปรึกษาช่างที่ดูแลงานโครงสร้างก่อน

สัญญาณว่าควรหยุดใช้ เครื่องแย็ก ระหว่างรื้อกระเบื้อง

ระหว่างรื้อ ถ้าเจออาการเหล่านี้ให้หยุด เครื่องแย็ก ทันที แล้วดูให้แน่ก่อนทำต่อ

  • มีน้ำซึม หรือเห็นผิวท่อโผล่จากชั้นปูน
  • เห็นสายไฟ ท่อร้อยสาย หรือกล่องพักสาย
  • เจอแผ่นยางหรือชั้นเคลือบกันซึมทั้งที่ยังไม่ต้องการรื้อชั้นนี้
  • พื้นมีรอยร้าวลามออกไปไกลจากจุดที่สกัด
  • ดอกบิ่น ร้อนจัด หรือหลุดจากหัวเครื่อง

เจอท่อให้เรียกช่างประปา เจอสายไฟให้เรียกช่างไฟ พื้นร้าวลามให้ปรึกษาผู้รับเหมาหรือวิศวกร 

ตลอดการใช้ เครื่องแย็ก ต้องใส่แว่นนิรภัย ถุงมือ รองเท้าหุ้มส้น ที่ครอบหู และหน้ากากกันฝุ่น โดยเฉพาะกับเศษกระเบื้อง ที่อาจคมเหมือนแก้ว

เครื่องแย็ก

สรุป: เครื่องแย็ก รื้อกระเบื้องได้โดยพื้นไม่พัง ถ้าดอกวิ่งอยู่ในชั้นปูนกาว ไม่ปักลงเนื้อพื้น

การใช้ เครื่องแย็ก รื้อกระเบื้องจนพื้นเป็นหลุม เกิดจากแรงกระแทกที่ลงตรงไปหาพื้น แทนที่จะวิ่งไปตามชั้นปูนกาวใต้กระเบื้อง เจอได้ทั้งงานรีโนเวตห้องน้ำ งานเปลี่ยนพื้นระเบียง และงานรื้อกระเบื้องผนังห้องครัว

สิ่งที่ต้องทำคือ เช็กแนวท่อ สายไฟ และชั้นกันซึมก่อนเริ่ม ปิดน้ำ ปิดไฟ และปิดปากท่อระบาย ใช้ดอกปลายแบนหน้ากว้างแทนดอกแหลม เริ่มจากแผ่นที่แตกหรือขอบห้อง วางดอกเกือบขนานพื้นแล้วไล่ตามแนวยาแนว เริ่มแรงกระแทกต่ำก่อน และเก็บปูนกาวที่ค้างด้วยการปาดหรือเจียร ไม่ขุดให้ถึงเนื้อพื้น

ห้ามสกัดต่อเมื่อเห็นท่อ สายไฟ หรือน้ำซึมขึ้นมา ให้หยุดแล้วเรียกช่างที่เกี่ยวข้องทันที โดยไม่ต้องเสียดายเวลา เพราะค่าซ่อมท่อที่แตกใต้พื้น หรือกันซึมที่รั่วลงห้องข้างล่าง แพงกว่าค่าเสียเวลาไปไม่กี่ชั่วโมงเสมอ

ถ้ากำลังหาดอกสกัดหน้ากว้าง หรือ เครื่องแย็ก สกัดเบาสำหรับงานรื้อ ลองดูได้ที่ร้านเครื่องมือช่าง ที่มีให้เลือกตามระบบก้านดอก แล้วคุณล่ะ เคยรื้อกระเบื้องแล้วต้องเทพื้นใหม่ทั้งห้องบ้างไหม?

สว่านโรตารี่

ทำไม สว่านโรตารี่ หมุนแต่ไม่กระแทก เจาะปูนไม่เข้า? เกิดจากอะไรบ้าง?